ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกที่เผชิญผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินครั้งรุนแรงที่สุด ในรอบ 8 ทศวรรษ อันส่งผลให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น เดินเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง และ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ภูมิภาคหลักทั้งสามนี้ประสบกับภาวะถดถอยพร้อมกัน ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Economies) ที่เคยมีการเจริญเติบโตสูงอย่างโดดเด่นและเป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในภาวะที่กลุ่มภูมิภาคของโลกมีปัญหานั้น กลับไม่สามารถแสดงบทบาทดังที่คาด เห็นได้จากเครื่องชี้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่ทยอยประกาศออกมาสะท้อนการชะลอตัวอย่างชัดเจน ขณะที่การส่งออกของไทยไปยังตลาดใหม่เหล่านี้ส่วนใหญ่ชะลอตัวลงเช่นกัน
ในด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ มีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงจากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้เมื่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้และการจ้างงานหลักของเศรษฐกิจไทยประสบปัญหาหนัก กระแสการลดกำลังการผลิต การจ้างงาน รวมถึงค่าจ้างค่าตอบแทนของพนักงานในหลายธุรกิจ จึงส่งผลกระทบต่อแนวโน้มรายได้และการใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยตรง ขณะเดียวกัน ภาวะการลงทุนของภาคธุรกิจมีแนวโน้มชะลอตัวจากปัญหาในตัวของธุรกิจเองที่เผชิญภาวะผลประกอบการและสภาพคล่องทางการเงิน ที่อ่อนแอลง อีกทั้งนักลงทุนต่างชาติอาจยังคงรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ทางการเมืองของ ไทย ส่งผลให้แรงขับเคลื่อนจากภาคเอกชนยิ่งอ่อนกำลังลงไปทุกขณะ
ภายใต้สถานการณ์ปัญหาที่รุมเร้ารอบด้านนี้ รัฐบาลได้มีมาตราการออกมาหลายโครงการด้วยกัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของภาคธุรกิจที่ประสบปัญหา รวมทั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้เกิดการหมุนเวียนของการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์ถึงนโยบายภาครัฐผ่านมาตราการทางเศรษฐกิจที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว และผลต่อธุรกิจเอสเอ็มอีในปี 2552 โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
รัฐบาลได้ใช้มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกโดยจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 โดยปรับปรุงวงเงินเป็น 116,700 ล้านบาท มีโครงการดำเนินการทั้งสิ้น 16 โครงการในจำนวนนี้โครงการที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่
- โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
- โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
- โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร
- โครงการก่อสร้างทางในหมู่บ้านเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
- โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ำ
- โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
- โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย
สำหรับโครงการอื่นๆนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสาขาสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ อาจจะได้ประโยชน์ทางอ้อมจากโครงการลดรายได้ เพิ่มรายจ่าย ผ่านมาตราการลดภาระค่าครองชีพและให้เงินช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ผู้สุงอายุ ผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งโครงการเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งน่าจะช่วยให้ผู้บริโภคที่ได้รับความช่วยเหลือมีเงินกลับเข้ามาใช้จ่าย เพื่อการอุปโภคบริโภคได้เพิ่มขึ้น ส่วนโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน น่าจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเวียนไปสู่ผู้ผลิตสินค้าวัตถุดิบที่จำเป็นในการนำมาผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งประเมินวงเงินความช่วยเหลือทั้งหมดรวมทั้งสิ้นประมาณ 87,000 ล้านบาท
ที่มา : http://www.siamhire.com/article/view/27/
คำถาม
1. ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกที่เผชิญผลกระทบวิกฤตการณ์การเงินครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 8 ทศวรรษ
ส่งผลให้กับกลุ่มประเทศใด อย่างไร
2. ด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ ผลกระทบรุนแรงจากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อด้านใดโดยตรง
3. มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรก รัฐบาลได้จัดทำงบประมาณรายจ่ายเป็นวงเงินเท่าไหร่ และโครงการ
ที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์โดยตรงมีทั้งสิ้นกี่โครงการ อะไรบ้าง
โดย นางสาว สุภารัตน์ ฐิติโภคา เลขทะเบียน 4902100682
1.ตอบ ส่งผลให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น เดินเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง
ตอบลบ2.ตอบ การส่งออกและการท่องเที่ยว
3.ตอบ รัฐบาลได้ใช้มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกโดยจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 โดยปรับปรุงวงเงินเป็น 116,700 ล้านบาท มีโครงการดำเนินการทั้งสิ้น 16 โครงการในจำนวนนี้โครงการที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่
- โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
- โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
- โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร
- โครงการก่อสร้างทางในหมู่บ้านเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
- โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ำ
- โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
- โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย
นางสาว สุคนทรา ประสงค์คราม เลขทะเบียน 5002100341
1.ตอบ ส่งผลให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น เดินเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง
ตอบลบ2.ตอบ การส่งออกและการท่องเที่ยว
3.ตอบ รัฐบาลได้ใช้มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกโดยจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 โดยปรับปรุงวงเงินเป็น 116,700 ล้านบาท มีโครงการดำเนินการทั้งสิ้น 16 โครงการในจำนวนนี้โครงการที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่
- โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
- โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
- โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร
- โครงการก่อสร้างทางในหมู่บ้านเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
- โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ำ
- โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
- โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย
นางสาวศิถยา งามสมเกล้า 4902100004
1.ตอบ ส่งผลให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น เดินเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง
ตอบลบ2.ตอบ การส่งออกและการท่องเที่ยว
3.ตอบ รัฐบาลได้ใช้มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกโดยจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 โดยปรับปรุงวงเงินเป็น 116,700 ล้านบาท มีโครงการดำเนินการทั้งสิ้น 16 โครงการในจำนวนนี้โครงการที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่
- โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
- โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
- โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร
- โครงการก่อสร้างทางในหมู่บ้านเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
- โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ำ
- โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
- โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย
นางสาวกนกพร สว่างผล 4902100007
คำตอบโดย นางสาวพริยาภรณ์ บุตรพรม เลขทะเบียน4902100180
ตอบลบ1.ตอบ ส่งผลให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น เดินเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง
2.ตอบ การส่งออกและการท่องเที่ยว
3.ตอบ รัฐบาลได้ใช้มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกโดยจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 โดยปรับปรุงวงเงินเป็น 116,700 ล้านบาท มีโครงการดำเนินการทั้งสิ้น 16 โครงการในจำนวนนี้โครงการที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่
- โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
- โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
- โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร
- โครงการก่อสร้างทางในหมู่บ้านเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
- โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ำ
- โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
- โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย